ผู้บัญชาการทหารบกลงเรือตรวจบ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว รับล่าช้ากว่ากำหนด ระบุ ไม่ขีดเส้นคนร่วมโครงการครบ100% ปีไหน

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด และการก่อสร้างที่อยู่อาศัยรุกล้ำแนวคลองและทางระบายน้ำ คลองลาดพร้าว พื้นที่เขตสายไหม ณ สำงานเขตสายไหม มี พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการให้การต้อนรับและรายงานสรุป

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ได้ลงเรือตรวจความคืบหน้าการสร้างบ้านมั่นคง และสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งในคลองลาดพร้าว ช่วงคลองสอง ระยะทาง 3 กิโลเมตร ซึ่งยังพบบ้านเรือนจำนวนมาก ที่ปลูกสร้างรุกล้ำลำคลอง

ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวกับตัวแทนชาวบ้าน หลังมอบทะเบียนที่อยู่อาศัยให้ประชาชน จำนวน 40 หลัง ว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่ได้มีโอกาสนำคณะบริหารจัดการพื้นที่ริมคลองมาประชุม และเยี่ยมเยือนทุกคน เชื่อว่า ชาวบ้านทุกคนทราบถึงความสำคัญของโครงการนี้ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 59 อยู่แล้ว ภาพรวมของคลองลาดพร้าวปัจจุบัน สำเร็จแล้ว 36% แต่ก็ยังมีอุปสรรคปัญหาพอสมควร โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เข้าร่วมโครงการ จึงของฝากทุกคนได้ช่วยพูดคุย สร้างความเข้าใจ เพื่อให้โครงการนี้สำเร็จเรียบร้อยโดยสมบูรณ์ หากสำเร็จจะมีทัศนียภาพที่งดงาม คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จะดีขึ้น

ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า งานรื้อถอนบ้านออกจากเขตคลองกว่า 6,000 หลัง ปัจจุบันรื้อแล้ว กว่า 2,000 หลัง ส่วนการสร้างบ้านมั่นคงเป็นที่อยู่อาศัย ตั้งเป้าหมายไว้กว่า 7,000 หลัง ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 2,600 หลัง ส่วนการปักเสาเข็มสร้างเขื่อน 46 กม. ทำเสร็จแล้ว 15 กม. สรุปภาพรวมของโครงการสำเร็จแล้ว 36% ถือว่าช้ากว่าเป้าหมายที่วางไว้ เพราะยังมีอุปสรรคปัญหาพอสมควร โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เข้าร่วมโครงการจึงต้องให้คณะทำงานพูดคุยทำความเข้าใจ

“โครงการคลองลาดพร้าว ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่จะต้องผลักดันให้ประสบความสำเร็จให้ได้ เพื่อให้คุณภาพชีวิตประชาชนที่อยู่ริมคลองทั้ง 50 ชุมชนดีขึ้น รวมถึง การแก้ปัญหาอุทกภัยใน กทม. ส่วนคนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ ส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจ หรือรอดูอยู่ รวมถึง อาจยังไม่มีความพร้อมในบางเรื่อง แต่หากยังไม่ยอม ก็จำเป็นจะต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวคงไม่ทันปี 2562 และไม่สามารถระบุได้ว่าจะสำเร็จ 100% ปีไหน” ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว กล่าว .- สำนักข่าวไทย