กรมพัฒาธุริจการค้า เผย เม.ย.ที่ผ่านมาต่างชาติลงทุน 13 รายวงเงิน 1,267 ล้านบาท

นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเปิดเผยว่า ในการประชุมของคณะกรรมการฯ เมื่อวันพุธที่ 25 เมษายน 2561 คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าว 13 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 1,267 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 162 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุน สำหรับในเดือนมกราคม – เมษายน 2561 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาต จำนวน 84 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 4,871ล้านบาท ในเดือนมกราคม – เมษายน 2560 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาต จำนวน 88 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 1,767ล้านบาท ซึ่งในปี 2560 ทั้งปี (มกราคม – ธันวาคม) คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 270 ราย และมีเงินลงทุนทั้งสิ้น 7,302 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในเดือนเมษายน 2561 จำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตลดลงจากเดือนก่อน 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 52 ในขณะที่เงินลงทุนลดลง 1,155 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 48 เนื่องจากในเดือนมีนาคม 2561 มีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง คือ บริการให้คำปรึกษาแนะนำ ออกแบบทางวิศวกรรม ประกอบและติดตั้งเหล็กโครงสร้างรูปพรรณและผลิตภัณฑ์คอนกรีต บริการให้กู้ยืมเงิน และการค้าปลีกเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับก่อสร้างและวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น

สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตในเดือนเม.ย. 61 ได้แก่ ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม จำนวน 6 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 1,198 ล้านบาท ได้แก่ บริการรับค้ำประกันหนี้ บริการให้กู้ยืมเงิน บริการให้คำปรึกษาแนะนำ บริการให้เช่าพื้นที่ โดยเป็นคนต่างด้าวจากประเทศเนเธอร์แลนด์ จีน และเยอรมนี ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 4 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 26 ล้านบาท ได้แก่ บริการให้เช่าพื้นที่อาคารโรงงานบางส่วนพร้อมทั้งสาธารณูปโภค บริการตรวจสอบ ซ่อมแซมบำรุงรักษา ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับเครื่องจักรที่ใช้สำหรับระบบควบคุมการทำงานของเครื่องจักรโดยอัตโนมัติ บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องจักรกลทางการเกษตร โดยเป็นคนต่างด้าวจากประเทศญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก

ธุรกิจบริการเป็นคู่สัญญาภาคเอกชน จำนวน 1 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 27 ล้านบาท ได้แก่ บริการขุดเจาะและอัดซีเมนต์หลุมปิโตรเลียม โดยเป็นคนต่างด้าวจากประเทศจีน ธุรกิจนายหน้า/ค้าปลีก จำนวน 2 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 16 ล้านบาท ได้แก่ การทำกิจการนายหน้าในการจัดหาลูกค้าเพื่อใช้บริการออกแบบ จัดหาและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ การค้าปลีกแม่พิมพ์ที่ใช้สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์กันกระแทกที่ทำจากกระดาษรีไซเคิล โดยเป็นคนต่างด้าวจากประเทศสิงคโปร์ และหมู่เกาะบริติช เวอร์จิน

การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้จะมีผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นวิทยาการซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญหรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียม องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและการใช้งานระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ องค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์กันกระแทกที่ทำมาจากกระดาษรีไซเคิล องค์ความรู้ขั้นสูงเกี่ยวกับการซ่อมแซมบำรุงรักษาเครื่องจักรกลทางการเกษตรประเภทต่างๆ รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับระบบควบคุมการทำงานของเครื่องจักรโดยอัตโนมัติ (Factory Automation Control System)-

ขอบคุณข่าว ทันเหตุการณ์ ติดตามต่อได้ที่ สำนักข่าวไทย.